| moonab 的个人资料mhoonab照片日志列表 | 帮助 |
|
11月2日 มิตรภาพ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
...สองสามวันมานี้รู้สึกว่ามิตรภาพของผมกับใครหลายๆคนเริ่มที่จะดูเหินห่างกันไป ไม่ใช่ว่ารู้สึกไม่ดี ไม่ชอบ หรือว่าเกลียดคนเหล่านั้นหรอก แต่เพราะหาสาเหตุไม่ได้ ใคร่ครวญอยู่หลายครั้งก็ยังหาทางออกไม่ได้ จึงขอฝากบทความที่คัดลอกมาจากหนังสือเรื่อง "เจ้าชายน้อย" ของแซงเตก-ซูเปรี สำนวนแปลของ อำพรรณ โอตระกูล
"
เป็นเรื่องน่าสลดใจมาก
ถ้าเราลืมเพื่อน
ทุกคนไม่ได้มีเพื่อนเสมอไป
ถ้าฉันลืมเขา
ฉันก็อาจจะกลายเป็นพวกผู้ใหญ่
ที่ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากตัวเลข
"
10月30日 อากาศเปลี่ยน คนก็เริ่มเปลี่ยน29 ต.ค.49
...เช้าวันนี้อากาศเริ่มเย็นแล้ว ลมเหนือพัดผ่านมาพร้อมกับการเริ่มต้นของฤดูหนาว "ลมหนาว" เธอทำให้ผมรู้สึกว่าการอยู่คนเดียวในช่วงเวลานี้โดยปราศจากคนรู้ใจนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ถึงแม้ว่าจะมีอิสระมากเพียงใดแต่ใจมัน "ตุแม่งๆ" รึว่าความรู้สึกของคนส่วนหนึ่งมีผลมาจากฤดู ถึงว่าหล่ะ "SEASONS CHANGE" ...
...ตอนเย็นนึกครึ้ม อยากทำตัวแบบนักเขียนส่วนใหญ่ คือการไปหากาแฟดีๆสักถ้วย หนังสือดีๆสักเล่ม
"มึงชอบกินกาแฟเหรอ"
"เปล่า เกลียดเป็นอันดับสองรองจากเยลลี่เลยหล่ะ"
"อ้าวแล้วมึงจะหาแดกทำไม"
"เออจริงหว่ะ"
รึว่า "SEASONS CHANGE" ...
...ตัดสินใจไม่ได้เลยต้องอาศัยวัดเข้าช่วย
"ไปไหว้พระร่วงที่องค์พระเถอะ เผื่อว่าใจจะได้สงบลง" เจ้าตัวความคิดเริ่มบังเกิด
เดินขึ้นบันไดวัดได้ครึ่งทาง "ทำไมหน่อยจังวะ" ผมบ่นกะตัวเอง " ซึ่งมันก็จริงเมื่อก่อนตอนสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่ทับแก้ว ได้มีโอกาสเป็นกรรมการช่วยงานวัดตลอด 9 คืน เดินขึ้นลงเป็นหลายรอบกับไม่เจอกับความหน่อย ตอนนี้เดินหน่อยเดียวก็บ่นอุบแล้ว
"รึว่าไฟแห่งความหนุ่มสาวในตัวผมมันจะมอดดับลงไปเมื่อตอนเดินก้าวออกมาจากรั้วสีเขียวเวอร์ริเดียนแล้ว"
ผมคิดอยู่เป็นนาน และลองนึกถึงตอนที่พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับบรรดาเพื่อนๆ พี่ๆ ที่รู้จัก ทั้งสมัยตอนที่เรียนอยู่เอามาเปรียบเทียบกับตอนที่พวกเขาเหล่านั้นจบออกมา บางคนทำงาน บางคนเรียนต่อ ก็พบว่า "ความฝัน อิสระ ความคิด" ในวัยหนุ่มสาวของพวกเขาดูหดหายไป
รึว่า "SEASONS CHANGE" ...
...ไหว้พระเสร็จแล้วเดินกินบรรยากาศของตลาดโต้รุ่ง เรื่อยๆ เอื่อยๆ มึนๆ ตามประสาคน งงๆ มาถึงอีกฟากของถนนเห็นคนกำลังรอดูขบวนแห่เทศกาลกินเจของศาลเจ้าในจังหวัด
"มีแบบนี้ด้วยหรือ" ผมคิดในใจ" "ทำไมเรียนมา 4 ปี ไม่เคยเห็นเลยวะ" จากการสอบถามข้อมูลพบว่างานลักษณะนี้มีจัดเป็นประจำทุกปี
"ก็มึงเป็นคนนอกแล้วนี่ ก็เลยได้เห็นอะไรใหม่ๆ" ผมตอบตัวเองในใจ ซึ่งก็เป็นความจริง ครั้งยังเรียนอยู่ที่ทับแก้วนั้น การใช้ชีวิต สังคม และผู้คน ก็เป็นอีกรูปแบบ และอีกรสชาติหึ่ง ตอนนี้จบมาแล้วโลกดูกว้างขึ้น ทุกอย่างเปลี่ยนไป ได้พบเห็นสิ่งแปลกให่มสำหรับเรา แต่เก่าสำหรับคนอื่น สำหรับผมแล้วมันก็ดูมีเสน่ห์ทางวัฒนธรมมที่ชวนให้หลงใหลอยู่ไม่น้อย
รึว่า "SEASONS CHANGE" ...
...ขณะขับไอ้แก่เพื่อนยากกลับหอในใจก็คิด
"ทั้งที่ตัวเองบ้านอยู่ราชบุรี แต่ทำไมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนครปฐมวะ"
"ไม่รู้เหมือนกัน ไว้ค่อยคิด" ผมตอบตัวเอง
รึว่า "SEASONS CHANGE" ...
![]() 3月27日 อีกไม่กี่วันก็จะบวชแล้ว...ม่ายรู้ว่าจะเป็นไงเหมือนกัน...ใกล้จะบวชแล้วทำตัวม่ายถูกเลย อยู่บ้านก็รู้สึว่าตัวเองเรื่อยๆเหลือเกินวันๆก็ช่วยที่บ้านทำนู่นทำนี่ไปจะได้ม่ายเบื่อ แถมมีร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย...
...คิดถึงเพื่อนๆหลายคนเลยม่ายรู้ว่าพวกมันจะคิดถึงเราบ้างอ่ะป่าว หรือว่ากะลังง่วนกะการหางานอยู่ก็ขอให้ได้ละกัน นานๆจะเข้ามาอัพ มีเรื่องที่ไปพบเจอมาเยอะนะ แต่ต้องขอเวลาไปเรียบเรียงมาก่อนคงหลังจากสึกโน่นแหละ...
3月8日 "เก็บของกลับบ้าน..............ทำไรต่อไปดีวะ"...เรียนจบซะที แต่ทำไมความรู้สึกม่ายค่อยดีใจวะเท่าใดเลย กลับรู้สึกโหว่งๆขาดอะไรไปบางอย่าง ควรจะทำไงดี...
...เค้าว่าการมาเรียนที่นี่เติมเต็มหลายๆอย่างให้กับเราก็จริงนะ ขณะเรียนเรารู้สึกว่าเราไม่ขาดแคลนอะไรเลย รู้สึกอบอ่นดี แต่อนออกไปนี่ดิกลับรู้สึกว่างเปล่า อย่างว่าแหละตอนมาเจ้ามีอะไรมาเล่า แล้วตอนกลับเจ้าจะเอาอะไรไปอีก...
...ปฏิบัติการต่อไปคือการทำตามความฝันให้อินเตอร์เซคชั่นกับความเป็นจริง ไม่รู้ว่ามันจะลงตัวรึป่าวแต่ก็ต้องลองทำดู...
คำพูดของเหล่าคณาจารย์ภาคจิตวิทยา (ณ ร้านอาหารร่มจันทร์ 1 มี.ค. 2549)
" 4 ปีนี้ไม่ว่ามันจะสั้นหรือยาวนั้นไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญมันทำให้เราเปลี่ยนแปลง" (อ.สมทรัพย์)
"ก้าวแรกที่ก้าเข้ามารู้สึกอย่างไร อาจจำไม่ได้ แต่จงจำก้าวสุดท้ายที่ออกไปให้ดี" (อ.ลิขิต)
"ทำให้สุดๆ เพื่อจะได้บอกกับตัวเองว่า เราทำได้สุดๆแล้วนะ" (อ.สุรพล)
"จงทำให้ชีวิตของเราเป็นพรสำหรับคนอื่นๆ" (อ.นันทิกา)
"ครูคาดหวังและอยากเห็นพวกเธอประสบความสำเร็จ" (อ.สุรีรัตน์)
"ดีใจนะที่พวกเธอ sig " (อ.นวลฉวี)
"ครูชื่นชมในศักยภาพของรุ่นนี้นะ" (อ.นงนุช)
"ครูว่าพวกเธอค้นหาตัวเองเจอแล้วนะ" (อ.กานดา)
ยังมีหลายคำพูด ยังมีหลายความรู้สึกที่อยากจะพูดกับใครหลายๆคน หรือกับใครบางคนที่เราคิดว่าเค้าสำคัญแต่ก็ไม่มีเวลาเพราะซาบซึ้งอยู่กับบรรยากาศในวันนั้น แต่ก็อุตส่าจดไว้สำหรับคำที่ประทับใจของเหล่าอาจารย์ที่เขี้ยวลากดินทั้งหลาย
(ไม่รู้จามไปกี่คนแล้วนี่)
ปล.การลากจากมันทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราจากมันมาเพื่มขึ้นหลายเท่าตัว และก็หวังว่าความรู้สึกนี้จะเปลี่ยนเป็นความยินดีที่ทวีคูณเมื่อถึงเวลาที่เราต้องมาพบกันอีกนะ...โชคดี เพื่อนๆเอกจิตที่น่ารัก (คิดถึงพวกแกหว่ะ)
2月11日 "บาย............เนียร์"...เพิ่งจะมีเวลามาเขียนสเปซ ทบทวนดูสิ่งที่ตัวเองทำในรอบสัปดาห์ เพราะมัวแต่งงๆอยู่กับการทำวิจัย งานชิ้นสุดท้ายอันแสนหฟโหด สู้ๆนะ...
...เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว (ครบอาทิตย์พอดี) ได้มีโอกาสไปทำกิจกรรมกับรุ่นพี่ที่สนิทกันซึ่งสัญญาว่าจะไปช่วยงาน งานที่จัดเป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญให้มหาวิทยาลัยอื่น ที่ อ.ทองผาภูมิ ไกลไม่ใช่เล่นเหมือนกัน พวกเราเดินทางแบบซำเหมาทัวร์ ถามทางเอาเอง พี่ที่เราไปด้วยแกเป็นนักเขียนสารคดี เวลาไปไหนแกจะบอกว่าเราควรจะรับบรรยากาศและความรู้สึกของสถามที่นั้นๆเพื่อที่เวลาบรรยายในงานเขียนจะได้เห็นภาพชัดเจน แล้วพวกเราก็นั่งรับบรรยากาศกันจนเกือบตกรถ (บางครั้งการเป็นนักเขียนก็ควรคำนึงเวลาด้วยนะ)...
...พวกเรานั่งรถตู้รับจ้างที่ท่ารถตู้ เสียค่าประมาณ 140 บาท จากตัวเมืองไปถึง อ.สังขละ เรานั่งเบียดกันไป 4 คน ด้านหลัง ส่วนด้านหน้าของเราเป็นคุณป้าแก่ๆคนหนึ่ง เราเรียกแกว่า คุณป้าไฮเปอร์ เพราะว่าแกสามารถพูดได้นาน 3 ชั่วโมงตลอดการเดินทางโดยที่แผ่นไม่สะดุดเลย จนแหม่มชาวต่างชาติที่นั่งมาข้างแกทนบทสนทนาของแกไม่ไหวต้องขอตัวลงที่ปั๊มน้ำมัน ป้าแกก็อุตส่าเป็นห่วง ถามว่าแหม่มไปไหน (ก็ไปเพราะป้านั่นแหละ คร้าบบบบบคุณป้า ไฮเปอร์)...
...เราไปถึงที่นั่นเป็นเวลา บ่าย 3 โมงเย็น ที่นั่นมีชื่อเรียกว่า "เรีอนครูไท เจ้าของเป็นครู พอเกษียนก็เก็บเงินมาทำรีสอร์ท บรรยากาศดีนะ รายรอบด้วยภูเขา ลำธาร ดอกไม้และสวนผลไม้ เห็นบรรยากาศอันแสนสงบทำให้คิดไปว่าตอนนี้ ที่กรุงเทพบรรยากาศคงไม่รุนแรงมากนะ (เฮ้อ สนธิ ทักษิณ สนธิ ทักษิณ สนษิณ ทักธิ เออ งงๆดี)...
...เมื่อเริ่มพิธี บรรยากาศเปลี่ยนไป ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร จากที่ลมพัดโชยเรื่อยจนเกือบทำให้เทียนดับ อยู่ๆก็หยุดพัดเอาซะดื้อๆ เล่นเอาพวกเราแปลกใจ พิธีดูขลังมาก กว่าจะเสร็จก็ ตี1 พอดี...
...เรากลับมา ม. ด้วยความอ่อนแรง แต่ก้อดขำกับเรื่องที่เจอไม่ได้ (จริงมีหลายเรื่องนะ แต่ยังไม่ได้เรียบเรียงเลย เอาไว้แต่งเป็นบันทึกที่น่าอ่านกว่านี้แล้วว่าจะลงมาเขียนในสเปซ...
...วันอังคารที่ผ่านมา มีการจัดพิธีบายเนียร์ให้พวกเรารุ่นพี่ปีแก่ (ซะงั้น) ดูพวกมันตั้งหน้าตั้งตาคอยวันนี้นะ อาจเป็นเพราะว่าคณะไม่จัดให้มั๊ง ฟังพวกมันพูดว่าไปเลือกชุดที่จะใส่มาในวันงานแล้วแอบตื่นเต้นแทนพวกมันนิดๆ แต่ไม่บอกพวกมันหรอก (เขิน)...
...งานเป็น concept ทะเลสีทันดร ซึ่งเป็นชื่อรุ่นของเรา ผมได้ความคิดว่า งั้นแต่งตัวแบบทีเราแต่งตอนปี 1 ดีกว่า ผมจึงไปเรียนก่อน แต่พวกมันหายหัวกันไปไหนหมด สงสัยไปแอบแน่ๆ...
...น้องจัดงานได้อบอุ่นดี แปลกแฮะ ผมมาก่อนพวกมัน แล้วพวกมันก็มา เห็นตอนปรกตื่นเต้นนะ บอกไม่ถูก นี่เหรอ พวกมันที่ตอนปี 1 ซึ่งทำอะไรเปิ่นๆ เฟอะๆ ใส่กระชุดนักศึกษา ใส่กระโปรง พวกมันดูดีทุกคนนะ ผมไม่ได้เอาใจพวกมันนะ พวกมันเปลี่ยนไปเลย แต่ก็แอบคิด นี่คงจะเป้นครั้งสุดท้ายแล้วมั๊งที่จะได้เห้นพวกมันทำแบบนี้ ช่างเป็นภาพที่แปลกตาแต่ประทับใจดีนะ...
...ดูพวกมันมีความสุขนะ ถ่ายรูปกันใหญ่เลย สวยเค้าแหละยกให้วันหนึ่ง ดูกิจกรรมที่น้องจัดให้ดีกว่า เป็นกิจกรรมที่งงๆดีนะแต่น้องมันตั้งใจทำให้ ดูเค้าหน่อย เดี๋ยวจะเสียใจ การแสดงสุดท้ายเป้นการดูภาพในอดีตตั้งแต่เข้ามา ปี 1 ประทับใจดี ณ เวลานั้นพวกเราเหมือนได้กลับไปร้องเพลงเขียร์ กลับไปว๊าก กลับไปร่วมกิจกรรมที่เคยผ่านมาอีก ใครว่าเราไม่สามารถย้อนเวลาได้ ผมเถียงตายเลย ก็นี่ไงผมกำลังกลับไปรู้สึกดีกับวันวานที่ผ่านมาอยู่ มันรู้สึกดีนะ...
...ตอนเลิกงานพวกมันหายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ ผมถามจากน้องจึงรู้ว่าพวกมันไปกินกันต่อ อ้าว งง อ่ะ ไปกันไม่บอกกันเลย แล้วพอดียุ่งๆเรื่องน้องผู้ชายอยู่ แล้วผมก็โทรกลับไปหาพวกมัน มันบอกว่าไปกันหมดแล้วผมบอกพวกมันให้ไปเปลี่ยนชุดก่อน เพราะหลายคนชุดมันโป๊อ่ะ แถมไปกะเพื่อนผู้ชายแต่ก็ไม่สนิท แต่พวกมันเฉยๆ เฮ้อ ...
...คุณเคยป่ะ การที่เป็นห่วงใครจนกินอะไรไม่ลง นอนก็นอนไม่หลับ มันทุกข์มากนะ ผมมานั่งคุยกับตัวเองว่าทำไมเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ พวกมันสำคัญขนาดที่เราจะต้องมานั่งเป้นแบบนี้เหรอ ผมก็ตอบคำถามตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ผมได้แต่รู้สึก พี่คนหนึ่งเค้าเคยบอกผมว่า มึงเป้นอะไรกับพวกมัน โตๆกันแล้วดูแลตัวเองได้ ก็จริงนะเราไม่ได้มีความสำคัญอะไรกะพวกมันมากมายซะหน่อย มันจะไปไหนก็ไม่เห้นต้องห่วงเลย เฮ้อผมอยากคิดได้อย่างพี่จัง 4 ปีนี้ผมพยายามหาคำตอบให้ตัวเองตลอดว่าทำไมถึงชอบทำอะไรให้พวกมัน บางครั้งก็ดูพวกมันรำคาญนะ ไอ้เราดิทู่ซี้ทำไปได้ แต่เต็มใจนะ ก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร คงเป็นเวรกรรมที่ต้องกลับมาชดใช้พวกมันมั๊ง มีคนบอกผมมา แต่ผมว่ามันไม่ใช่เวรกรรมหรอก มันเป็นเพราะคำว่า "เพื่อน" มากว่า...
...ช่วงนี้ต้องพยายามทำดีกับพวกมันให้มากๆ ไม่ใช้เพราะหวังอะไรหรอกนะ เพราะเวลามันใกล้เข้ามาแล้ว คิดย้อนกลับไปแล้ว 4 ปี นี้มันจะสั้นก็ไม่สั้นจะยาวก็ไม่ยาว มันมีหลายอารมณ์ให้จดจำนะ...
...ชีวิตพวกคุณดูโชกโชนดีนะ...
ผมชอบประโยคนี้จังเลย 1月18日 "พรุ่งนี้แล้วสินะ พิธีมอบครุศิษย์"...พรุ่งนี้แล้วสินะ พิธีมอบครุศิย์ การมอบความเป็นครูของคณะศึกษาศาสตร์ 4 ปีที่พยายามเรียน พยายามเล่น พยายามรู้ สิ่งต่างๆมากมาย แต่ทำไมเรากลับรู้สึว่า ตัวเราเองยังไม่พร้อมที่จะออกไปเผชิญกับโลกกว้างเลย หรืออาจจะเป้นเพราะว่าตัวเราเองยังคงติดอยู่กับสิ่งดีๆที่เคยได้รับจากที่นี่ จนใจเรามันไม่กล้า คงประมาณนั้น...
...เมื่อคืนมีงาน ThanK พี่ ที่คณะ น้องๆเตรียมงานกันดีนะ แต่บางอย่างก็รู้สึกขัดใจ ก็งี้แหละงานแรก ตัวเราเองก็เคยทำมาก่อนนี่ นึกแล้วขำๆหว่ะ...
...ห้าทุ่มครึ่งแล้ว เรายังนั่งอยู่กะเพื่อนคนหนึ่ง เค้าไม่ไปแด๊นเหมือนกับพวกเพื่อนๆเรา เค้าบอกว่าเค้าอาย ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราอยู่เป็นเพื่อน (เฮ้อ ใจหนึ่งก็เป็นห่วงพวกมันที่อยู่ในเทคเหมือนกันนะ แต่ก็เป็นความสุขของมันนี่นะ)...
...ตื่นแต่เช้ามาวิ่งนี่ อากาศดีจริงๆ อยากให้พวกมันตื่นมาด้วยกันนะ แต่มันคงเหนื่อยจากเมื่อคืน งั้นรีบๆสูดอากาศให้เต็มๆปอดเผื่อพวกมันดีกว่า (ใช่ป่ะ ซาร่า)...
...10.00 แล้วต้องรีบไปรับไอ้หน่อยมันที่หอ หลายคนเห็นแล้วคงอิจฉาเรานะ ซ้อนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเลย (ถ้ารู้ความจริงหล่ะก็ ไม่อยากคิดต่อ) แล้วก็ต้องรีบกลับบ้าน เหยียบบ้านได้ไม่ถึง 5 นาทีต้องรีบกลับอีกแล้ว คุยกะพ่อแม่ได้แป๊บเดี๋ยวเอง นี่แหละชีวิตเรา...
...ไปกินข้าวแล้วซื้อของกะพวกมันก็สนุกอีกแบบนะ เห็นพฤติกรรมแปลกๆดี อดยิ้มไม่ได้เวลาเห็นมันมีความสุข(อย่ารู้เหตุผลอะไรอื่นมากกว่านี้เลย) จะทะเลาะกะแม่ค้าซะงั้น ฮาๆดี...
...เรามานั่งคิดนะว่าเวลาที่เรานั่งอยู่กะพวกมัน ถ้าเราเอาไปทำวิจัยก็คงเสร็จไปนานแล้ว แต่เราทำไม่ได้ อยากจะเก็บอะไรๆบางอย่างที่กำลังเหลือน้อยลงทุกวันระหว่างเรากะมันไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงใครจะมองว่าเราเป็นผู้ชายที่แปลกๆก็ตามเถอะ เราไม่สนใจหรอก อีกอย่างวิจัยทำตอนกลางคืนก็ได้ ถ้าไม่ง่วงนะ (แต่ก็เห็นหลับทุกที)...
...ตอนนี้กำลังอ่าน"กล่องไปรษณีสีแดงอยู่" แปลกดีนะ
1月15日 ในที่สุด ปีใหม่นี้ก็ได้ทำอะไรดีๆเพื่อคนอื่นเขาเหมือนกัน... วันพฤหัสบดีตัดสินใจอยู่นานเหมือนกันว่าจะไปจัดวันเด็กกะน้องชมรมดีหรือป่าว ใจหหนึ่งก็ไม่อยากไปเพราะวันจันทร์สอบ และจะต้องไปเจอกะคนที่ชอบทำตัวแปลกๆใส่เรา แต่อีกใจหนึ่งก็บอกน้องอีกคนหนึ่งไว้แล้วว่าจะชวนรุ่นพี่ไปช่วย ไม่อยากเป็นคนผิดคำพูด...
...แล้วก็ต้องไปจนได้ พอไปถึงชมรมบรรยากาศเปลี่ยนไป คนที่ไม่อยากเจอไม่มา ที่มามีแต่พวกเราที่เรารู้สึกดีๆด้วย ค่อยเป็นทริปที่น่าไปหน่อย...
...รถออกเดินทางช้าไปนิดไปเรื่อยๆ ไม่รีบ แต่ก็มีเรื่องตื่นเต้นระหว่างการเดินทางไป 2 เรื่อง คือ น้องผู้หญิงคนหนึ่งปวดฉี่มาก แบบว่าจะราดบนรถ จนต้องรีบวิ่งไปขอตำรวจเข้าห้องน้ำที่โรงพัก ส่วนอีกเรื่องก็คือ น้องไม่รู้จักทางเข้าโรงเรียนต้องนั่งลุ้นกันตลอดทาง คิดๆแล้วมันก็ตื่นเต้นดีนะ...
...กว่าจะไปถึงก็ดึกแล้ว บรรยากาศที่นั่นน่ากลัวจริงๆ ประมาณว่าเป็นฉากของคืนบาปพรมพิรามแต่เปลี่ยนจากไร่อ้อยมาเป็นไร่มันสำปะหลังแทน อากาศที่นั่นหนาวมากเหมือนกันเพราะว่าเป็นที่โล่ง ที่นั่นมีปัญหาเรื่องน้ำ ลืมบอกไป ที่ที่ไปคือ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี แปลกนะ เมืองกาญจน์มีเขื่อนตั้งหลายเขื่อนแต่ที่นี่กลับมีปัญหาเรื่องน้ำได้ ทุกอย่างไม่มีอะไรจะสมบูรณ์พร้อมจริงๆ...
...ตอนเช้าชาวบ้านทำกับข้าวเลี้ยง เป็นอะไรที่อร่อยๆแบบที่คุ้นเคย เป็นฝีมือแบบบ้านๆที่ไม่ธรรมดาเวลากินรู้สึกว่าทำให้คนกินเหมือนกับว่าได้ใส่ใจลงไปในกับข้าว ไม่เหมือนที่เรากินกันในเมืองหรอก ถึงแม้ว่าจะดูดีมีหมูเนื้อครบถ้วน แต่บางครั้งขาดความรู้สึกใส่ใจของคนทำลงไปทำให้กินไปงั้นๆแหละ...
...เด็กๆมากันแต่เช้าเลย เด็กเป็นอะไรที่ใสซื่อ บริสุทธิ์ ไม่ผ่านการเสแสร้งทำกิจกรรมกับเด้กแล้วมีความสุขนะ ถึงแม้แดดจะทำให้ตัวเราร้อนเหงื่อเราเราไหล แต่ทำไมใจเราถึงรู้สึกอบอุ่น กระตืรือล้น ทำให้ความเหนื่อยนั้นไม่สำคัญ นี่หรือความรู้สึกเก่าที่เราลืมมันไปแล้วหลังจากร้างลาจากการทำกิจกรรมเพื่อคนอื่นมานานพอสมควร ฮืม มันเป็นแบบนี้นี่เอง...
...น้องๆใจดีพาพี่ๆไปเที่ยวน้ำตก เราจึงได้ไปเที่ยวถ้ำธารลอดกัน ธรรมชาติมักจะรังสรรค์สิ่งแปลกๆมาให้มนุษย์ได้ค้นพบแล้วนำมาขบคิดเสมอ แล้วแต่ใครจะคิดได้มากน้อยต่างกัน ความพยามยาม + ความสม่ำเสมอ = สิ่งที่เราต้องการ สมการเราได้จากถ้ำธารลอด เหมือนจะง่ายแต่ทำโคตรยาก และที่ธารลอดนี้ทำให้ได้พบกับคนคุ้นเคยเก่าแก่ 2 คน คนแรกพี่เจ้าหน้าที่ที่หันเหชีวิตจากบัณฑิตคณะจิตกรรม มาทำงานด้านอุทธยาน และอีกคนหนึ่งคือ รุ่นพี่เก๋ากึ๊ก ศึกษาศาสตร์รุ่นหนึ่ง ต้องรีบไปแล้วเดี๋ยวจะกลับถึงม. ช้า แล้วจะกลับมาอีก ถ้ำธารลอด...
...ก่อนนอนนี้ กำลังรอใครบางคนไม่รู้ว่าจะเข้ามารึป่าว แต่ก็อีกนั่นแหละ มันก็คงจะไม่สามารถรู้สึกอะไรได้ มากไปกว่านี้.. 12月19日 ใกล้สัมมนา ระดับความเครียดทวีคูณ...ใกล้สัมมนาแล้ว รู้สึกว่าเวลามีค่ามากเลย...
...จะไปเป็นครูเค้าแล้วนะ ความรู้ต่างๆก็มี ข้อคิดต่างๆก็เคยอ่าน คำคมต่างๆก็จำได้ขึ้นใจ แต่ทำไมถึงไม่ทำ นี่แหละหนาเขาถึงบอกว่า "คิดได้ก็เมื่อสายไปเสียแล้ว"...
...เวลาชอบเล่นตลก กะเรานะ หลอกให้ทำโน่นทำนี่ จนลืมทำโน่นทำนี่ เอ๊ะ ทำไมเราถึงโทษเวลาหล่ะ เวลามันก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว แกต่างหากหล่ะที่กำลังหลงระเริงอยู่กะมัน ตั้งสติดีๆหน่อย เวลาไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่คนคนนั้นแหละที่เขาทำร้ายตัวเขาเอง...
Song Reason Don't turn your back on me. Look in my eyes. Do you know you should be the ever-lasting light for me? I smile at the thought of you. It gives me strength.
อย่าหันหลังให้กับฉัน มองดูตาฉันสิ ไม่รู้หรือว่าเธอคือแสงสว่างที่ไม่ควรมีวันดับสำหรับฉัน เพียงแค่คิดถึงเธอ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นในใบหน้าฉัน มันแปรเปลี่ยนเป็นพลังสำหรับฉัน
...อาจารย์เคยสั่งสอนไว้ว่า การจะเข้าใจผู้อื่นน่ะ ศิษย์จะต้องเข้าใจธรรมชาติเสียก่อน...
...ก็จริงนะครับอาจารย์ ของสิ่งหนึ่งมันไม่ได้มีที่ว่างไว้สำหรับเรา การที่จะเบียด หรือว่าแทรกตัวเองเข้าไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อตนเอง ยังแต่จะได้ความร้อนรน ความกระวนกระวายจากการกระทำนั้นจนไม่มีความสุข...
...อาจารย์ครับ ถ้าผมทำแบบนั้นได้ก็คงจะดี ตอนที่ผมอยู่ที่นี่ผมไม่แปลกใจเลยทำไมอาจารย์จึงเตือนผมว่าอย่าประมาท ผมเข้าใจแล้วครับ แต่มันทำใจยากอ่ะครับ...
12月17日 " เพิ่งจะรู้ว่าฤดูมีผลต่อความรู้สึกของคนก็เมื่อตอนปี 4 นี่เอง"Song Gido Artist Jung ILyung Maybe your decision to leave me is for me who was in pain. It's that kind of reason, right? Even though we have to part one day, it's okay. Back then, I didn't know anything. Your eyes that look at me. Until the sad fate takes us apart, The smile on your face as you look at me, Forever, I'll stay here.
บางทีที่เธอตัดสินใจจากฉันไปนั้น ในตอนนั้นฉันไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย จนกว่าชะตาชีวิตที่แสนเศร้าจะพรากเราสองคนจากกัน ยิ้มของเธอเมื่อมองหน้าฉัน ฉันจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป
...ทำไมชีวิตช่วงนี้สับสนจริงหนอ อาจจะเป็นเพราะว่าฤดูที่ผันผ่าน เวลาที่ไหลเรื่อย จนเราหยิบจับสิ่งใดไม่ถูก บางครั้งทำให้พลาดสิ่งดีๆในชีวิตไป... ...รู้ทั้งรู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ก็ยังเมินเฉย นี่แหละมนุษย์... ...เสาร์ อาทิตย์ ที่ ม. อากาศแบบนี้เหงาเป็นบ้าเลย 12月2日 "ชีวิตสุดสัปดาห์อันแสนเงียบเหงา""สุดสัปดาห์แล้ว ความเงียบเหงาเริ่มเข้าเยือนอีกครั้ง"
@ วันนี้ก็คงเป็นเหมือนๆกันในทุกๆสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เช้าที่ต้องลากสังขารตัวเองลงมาจากที่นอนชั้น 2 อันแสนกุ๊กกิ๊กซึ่งตกแต่งด้วยตุ๊กตาวัวและโคมญี่ปุ่นไสตร์โมเดิร์น เดินงงงงเข้าห้องน้ำออกมาแต่ตัวเตรียมสัมมนา...รีบแทบแย่
@ สัมนาไปคุยไปขำๆ พวกเพื่อนมันปล่อยมุขกันกระจาย แต่อาทิตย์หน้าไม่แน่ว่าจะปล่อยมุขกันออกรึป่าว เพราะมีหญิงผู้เป็นที่รักเข้ามาฟังด้วย...เฮ้อ แย่แล้วเรา
@ เรียนเสร็จเดินลงมากินข้าว ที่ A2 บรรยากาศยังไม่พลุกพล่านนัก เป็นช่วงเวลาทองในการสั่งอาหารโดยเฉพาะร้านพี่
@ แอร์ในศูนย์คอมหนาวมากๆ จะแช่แข็งกันรึไงก็ไม่รู้นึกเรื่องไม่ออกแล้วหนาวโคตรๆ...
|
|
|