2月26日
"ฤดูร้อน สีเทา เราอื้อๆ"
22.00 นั่งรับลมร้อนอยู่ริมหน้าต่าง เราชอบนะฤดูร้อน มันทำให้นึกถึงอะไรหลายๆอย่างที่เป็นการเริ่มต้น ตัวอย่างเช่น การสาละวนกับการหาที่เรียนใหม่ของเด็ก ป.6 ม.3 ม.6 และการเริ่มต้นชีวิตการทำงานของนักศึกษาชั้นปีที่กำลังจะจบ การเริ่มชีวิตในสมณเพศของชายอายุครบบวช การเริ่มต้นโครงการต่างๆที่ฤดูอื่นๆทำไม่ได้ การไปเที่ยวทะเลไปเที่ยวเกาะ ซึ่งฟังดูแล้วเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นทั้งนั้น ได้พบเพื่อนใหม่ ได้พักผ่อนในหาดทรายที่ตนเองปราถนามาแรมปีหลังจากการตรากตรำกรำหนังสือหรือหน้าที่การงาน น่าอิจฉานะ เจ้าฤดูร้อนนี่
อีกอย่างที่เราชอบในฤดูร้อน คือ เป็นอะไรที่ชัดเจน แจ่มใส ถ้าเป็นคนก็คงจะมีนิสันคล้ายเด็กๆ คิดอะไร ทำอะไร ก็ออกมาเลย ไม่มีกั๊ก แอบเก็บไว้ ไม่เชื่อลองดูสิ แดดหน้าร้อนนะ ไม่เคยมีครั้งไหนที่พระอาทิตย์จะออมแดดไว้เลย แดดแรงทั้งวัน ไม่เหมือนฤดูฝน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก หรือฤดูหนาวที่ไม่ค่อยมีแดด
ถ้าคนเรามีอารมณ์ หรือมีความคิดแบบใด แล้วแสดงออกมาเป็นสีได้ ตัวเราตอนนี้คงมีสีเทา รู้สึกว่าตนเองหาความชัดเจนไม่ได้ ในหลายเรื่อง มันรู้สึกว่าเราควรจะต้องทำให้มันชัดเจนนะ ต้องมีความพอดีนะ ทั้งกับตนเองและคนรอบข้าง มันเป็นเรื่องยากที่บางครั้งเราคิดว่ามันพอดีแล้ว แต่มันขาด หรือว่าจริงๆแล้วมันเกินจนล้นจนสำลัก ใครว่าการเรียนจิตวิทยาทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น แม้แต่ตนเองยังเข้าใจลำบากเลย
มีเรื่องเกี่ยวกับการมองสีเทาในแง่มุมต่างๆ มาก 2 เรื่อง
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
เนื้อเพลง: สีเทา อัลบั้ม: Rhythm & Boyd E1even1h
|
ร่วมร้องโดย มาเรียม อัลคาลารี่
V1 ฉันไม่รู้ว่าที่เธอนั้นหายไปไม่โทรมา เธอกำลังเจอปัญหามากมายอะไรข้างในจิตใจรึเปล่า หรือว่าเธอกำลังกังวลกับรักของเรา
V2 ฉันไม่รู้ว่าตัวของฉันนั้นควรทำไงดี จะโทรตอนนี้และคุยตอนนี้ (แต่มันจะดีรึเปล่า) ขอแค่รู้ว่าขาวหรือดำแต่ไม่ใช่สีเทา
Pre วนเวียนอยู่ที่เก่า .. วนเวียนที่สีเทา
Cho บอกกับฉันได้ไหมจะเป็นไปได้รึเปล่า บอกว่าความรักเรานั้นยังมีสิทธิ์จะเดินต่อไหม บอกเถอะบอกกับฉันควรตั้งความหวังไปถึงเมื่อไหร่ บอกเถอะบอกว่าจะยังไง อย่าปล่อยให้ฉันหนักใจอย่างนี้
V3 ซ้ายหรือขวา ถอยหลังรึฉันสมควรจะตรงไป ควรเศร้าแค่ไหน สนุกแค่ไหน ช่วยไกด์ฉันที และฉันนั้นสมควรจะทำยังไงดีกับรักของเรา |
๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒
วิชาผสมสี ทำให้ผมรู้สึกขัดแย้งกับหลักการบวกเลขทางคณิตศาสตร์อยู่ช่วงหนึ่ง เพราะตอนเด็กๆอาจารย์คณิตศาสตร์มักสอนผมบวกลบเลขด้วยการให้นับก้อนหินก้อนเล็กๆ เช่น ก้อนหิน 1 ลูก รวม(บวก)กับก้อนหินอีก 1 ลูกเราก็จะมีก้อนหินรวมเป็น 2 ลูก (ก็คือ 1 + 1 = 2) ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของคนอื่นๆจะใช้ก้อนหินนับเลขเหมือนกันรึป่าว .. แต่ในวิชาผสมสี(ศิลปะ) สี 1 สี รวมกับ สีอีก 1 สี จะได้ออกมาเป็นสี อีก 1 สี ( 1 + 1 = 1) เรียกว่าช่วงนั้นงงโลกกันไปเลยทีเดียว แต่ท้ายสุดก็เข้าใจ ว่า การวัดค่าเชิงปริมาณ กับ เชิงคุณค่า นั้นแตกต่างกันครับ เหมือนเราสามารถนับน้ำเป็นขวดได้ แต่ไม่สามารถนับน้ำเป็นหยดได้ ว่า 1 ขวดมีน้ำกี่หยด หรือ เราสามารถนับนักการเมืองในสภาได้ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า คุณค่าของนักการเมืองในสภารวมกับแล้วมีค่าเท่ากับเท่าไหร่ ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้นครับ และเรื่องของสี เรานับจำนวนของสีได้ว่ามีกี่สี แต่เราไม่สามารถแยกแยะออกมาได้ว่าสีที่เห็นถูกผสมรวมกันมากี่ครั้งกี่สีแล้วกี่ครั้งแล้ว และสีที่กำลังตกเป็นเป้าสงสัยของผมอยู่ขณะนี้ คือ สีเทา ครับ
สีเทา
เรื่องที่เกริ่นไว้ว่า ผมมีเรื่องบางเรื่องที่ทำให้ผมนึกถึงวิชาศิลปะ นั่นก็คือ เรื่องของคนที่ผมรู้จัก 2 คน แต่ผมคงจะไม่พูดถึงเขาทั้งสองคน แต่อยากอธิบายเปรียบกับเรื่องของสีเทา ในความคิดผมเมื่อพูดถึงสีเทาที่เราเห็นในจานผสมสีหรือในภาพศิลปะในงานแสดงภาพหรือในที่ต่างๆ มันทำให้ผมรู้สึกสงสัยกับที่มาของสีเทาเหล่านั้นครับ ที่ผมเห็นในจานผสมสีหากผมจุ่มพู่กันลงในสีดำ แล้วเอาไปละเลงในจานสีหนึ่งครั้ง แล้วเอาพู่กันไปจุ่มสีขาวแล้วเอาไปละเลงในจานสีอีกหนึ่งครั้ง สีผสมระหว่างสีดำและสีขาวที่ออกมานั้นก็คือ สีเทานั่นเองครับ ซึ่งใครๆก็คงพอจะเข้าใจหลักการผสมสีนี้ดีอยู่แล้ว แต่ที่ผมสงสัยเวลาดูภาพศิลปะก็คือ สีเทาที่ผมเห็นนั้น มาจากการ ผสมสีขาวก่อนสีดำ หรือ ผสมสีดำก่อนสีขาวครับ แม้หลังผสมสีจะเป็นสีเทาเหมือนกัน แต่สำหรับผม ณ เวลานี้กลับให้ความรู้สึกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
เทาแบบไหน ?
หากเปรียบนิสัยที่ดี แทนสีขาว นิสัยไม่ที แทนสีดำ (เปรียบโดยมองจากภาพส่วนใหญ่ที่เรามักใช่สีเพื่อบ่งบอกถึงความดี ความไม่ดี ดีใจ เสียใจ เช่น เทวดา น้างฟ้า ใส่ชุดสีขาว ซานตาน แม่มด ใส่ชุดสีดำ หรือ ราหู เป็นสิ่งไม่ดู ต้องใช้สีดำเซ่นไหว แต่เทศกาลกินเจ เทศกาลแห่งการถือศีล ก็ต้องนุ่งขาวห่มขาว เป็นต้น ) เมื่อนำสีมาเปรียบเทียบกับคน คำถามคือใครบ้างคือสีขาวล้วนไร้สีดำมาเจือปน และใครบ้างคือสีดำล้วนที่ไม่มีสีขาวเจือปน คำตอบที่ได้ยินบ่อยๆ ก็คือไม่มีใครดีพร้อมและไม่มีใครที่จะไม่มีดีเลย .. ดังนั้น หนึ่งคนก็เหมือนสีเทา ที่ถูกผสมด้วยความดีและความไม่ดีในตัวเอง (อันนี้จะเอาดี มาลบ ไม่ดี ไม่ได้นะครับ เพราะทางพุทธศาสนา ความไม่ดีและ ความดี หักลบกันไม่ได้ครับ ต้องชดใช้กันไปให้หมด ) แต่ละคนก็เทามากเทาน้อยแตกต่างกันไป..และคำถามที่น่าสนใจก็คือเราชอบเทาแบบไหนกัน ?
สีขาวก่อนสีดำ หรือ
สีดำก่อนสีขาว หรือ....
พวกไม่รู้จักพอใจ ผสมดำที ขาวที แล้วไม่สมใจ ใส่ดำ อีก ใส่ขาวอีก ไม่หยุดไม่หย่อน ....
มองภาพใหญ่ขึ้นในระดับรวมกันหมู่มากหรือที่เราเรียกว่าสังคม ก็ล้วนเป็นสีเทาเช่นเดียวกัน ผสมผสานทั้งคนดีและคนไม่ดี เป็นสังคมสีเทาที่ถูกผสมจาก สีเทาจำนวน 70 ล้านครั้ง และได้ผลลัพธ์เท่ากับ 1 สีเทา สังคมสีเทา ยังไงก็จะต้องเป็นสีเทา เพียงแต่ความเข้าข้นของสีเทานั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากเราพยายามเติมสีขาวลงไปในหน่วยย่อยของสังคม มากขึ้นๆ ..ให้สีเทาของสังคมเรา มีจุดเริ่มต้นมาจากการผสมสีแบบ สีดำก่อนสีขาว .. lamparm.exteen.com/20061029/entry - 20k
ป.ล. ฤดูร้อนควรระวังรักษาสุขภาพจากไข้หวัดและโรคพิษสุนัขบ้า